ได ได ภรรยาของบีเว น้องเขยของแกมบูม ได้ออกมาเปิดเผยสถานการณ์ชีวิตครอบครัวกับสามีต่อสาธารณชน โดยระบุว่าเธออดทนกับความสัมพันธ์นี้ม
ได ได ภรรยาของบีเว น้องเขยของแกมบูม ได้ออกมาเปิดเผยสถานการณ์ชีวิตครอบครัวกับสามีต่อสาธารณชน โดยระบุว่าเธออดทนกับความสัมพันธ์นี้ม

ได ได ภรรยาของบีเว น้องเขยของแกมบูม ได้ออกมาเปิดเผยสถานการณ์ชีวิตครอบครัวกับสามีต่อสาธารณชน โดยระบุว่าเธออดทนกับความสัมพันธ์นี้มานานแล้ว เปิดเผยพฤติกรรมรุนแรงของสามี และตอนนี้เธอได้แยกทางกับเขาอย่างเด็ดขาดแล้ว

addisababaonline.com –  ครอบครัวฝั่งสามีว่ายังไง! ได๋ได๋ น้องสะใภ้ แก้มบุ๋ม เปิดใจปม บิว สามีพาหญิงอื่นเข้าบ้าน เผยปัญหาที่ทนมานานอารมณ์ร้อนรุนแรง จากนี้เลิกขาด ลั่นต้องร่วมรับผิดชอบลูกหลังจากที่โซเชียลแห่ใส่ใจกับโพสต์รัวๆ เมื่อ ได๋ได๋ ธันย์ธนิดา ภรรยา บิว วรพนธ์ ซึ่งเป็นน้องชายของ แก้มบุ๋ม ปรียาดา ออกมาโพสต์เดือดผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว ปมสามีพาผู้หญิงอื่นเข้าบ้าน ก่อนเปิดแชทที่ผู้ชายคุยกับผู้หญิง ตามที่เสนอข่าวไปแล้วล่าสุดวันที่ 6 ม.ค.2569 ข่าวสดบันเทิง ต่อสายตรงหา ได๋ได๋ ธันย์ธนิดา เพื่อสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดย ได๋ได๋ ได้เปิดใจกับทางข่าวสดบันเทิงว่าได๋ได๋ น้องสะใภ้ แก้มบุ๋ม เปิดใจทน บิว สามีมานานอารมณ์ร้อนรุนแรง“สาเหตุที่ตัดสินใจออกมาโพสต์เพราะคุยกันไม่รู้เรื่อง ปัญหาเรื่องผู้หญิงที่พามาบ้านเพิ่งจะเคยมี แต่ก่อนหน้านั้นเป็นเรื่องข่มขู่ ดูถูก อารมณ์ร้อน ทำลายข้าวของอะไรต่างๆ ที่เราทนมานานมากๆ”“แต่ว่าสิ่งที่รับไม่ได้เลยคือการไม่ให้เกียรติเราโดยการพาผู้หญิงมาบ้าน แล้วมันอยู่ในช่วงที่เราให้โอกาสเขาในการปรับปรุงหลายๆ อย่าง ให้เวลาเขาพิสูจน์ตัวเองว่าเขาจะดีขึ้นไหม โดยการที่เราแยกกันอยู่ ทำให้เราไม่ได้อยู่ที่บ้านหลังนั้นตลอด แต่คำว่าแยกกันอยู่ในที่นี้หมายถึงว่าก็ยังมีเจอกัน ทำหน้าที่พ่อแม่ของลูก ยังไม่ได้เลิกกัน”

“ตอนนั้นเขาแค่มาขอเรา แต่ยังไม่ได้แต่งงานกัน แล้วเราก็ยังไม่ได้อยากจดทะเบียนสมรสด้วย คือเรื่องโดนข่มขู่ เรื่องอารมณ์ร้อนของเขาเกิดมาก่อนที่จะมีลูกอีกค่ะ ตอนนั้นเราจะเลิกคุยกับไปแล้ว แต่เราดันท้องพอดี เลยไปปรึกษากับแม่ตัวเองว่าจะบอกเขาดีไหม หรือไม่ต้องบอก เพราะใจเราไม่อยากอยู่กับผู้ชายคนนี้แล้ว”

“แต่แม่บอกว่าให้ลองถามเขาก่อน ซึ่งพอบอกไปเขาก็บอกว่าจะรับผิดชอบ เราก็เลยอยู่ด้วยกันมา แล้วชอบมีปัญหาเรื่องอยากมีอะไรด้วย แต่เราไม่อยากมีเพราะท้องอยู่ หลังจากท้องเสร็จก็เป็นเหมือนเดิม คือเราก็เหนื่อยเป็นแม่คนทำโน่นทำนี่ ไปไหนกับเพื่อนก็ไม่ได้ หึงหวงต้องไปด้วยตลอด เวลาทะเลาะกันเราก็ต้องยอมเพราะกลัวตาย เขาอารมณ์รุนแรง ต่อยประตูคอนโดฯ จนพังเป็นรูอ่ะ เราถ่ายคลิปไว้หมดเลย”

ได๋ได๋ เผยเคยหนีออกจากบ้านเพราะทนไม่ไหวความรุนแรง
“ครั้งก่อนโน้นที่เราหนีออกจากบ้าน ก่อนที่จะมีเหตุการณ์ผู้หญิงเขาบ้าน คือเขาเมาแล้วอยากมามีอะไรกับเรา ซึ่งลูกนอนอยู่ข้างๆ เราก็หงุดหงิดเลยบอกว่าพูดไม่รู้เรื่องว่ะ เขาอารมณ์ขึ้นเลย เตะพัดลม ยกเตียงลูกพัง เปิดหน้าต่างประตูตะโกนออกไปหน้าบ้าน จนลูกกลัวเข้ามากอดเรา”

“คือเรารับไม่ได้ตรงที่ว่าลูกอยู่ทำไมทำแบบนี้ เราทนกับอะไรแบบนี้มานานมากๆ เพื่อนก็ด่าหลายรอบว่าทำไมต้องทนกับคนแบบนี้ คือเราก็ไม่กล้าเลิกกับเขาเพราะเขาน่ากลัว”

ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น ครอบครัวฝ่ายชายรับรู้ไหม
“รับรู้ทุกอย่างตั้งแต่ตอนที่เราเคยอยู่บ้านเขา เราเคยนั่งร้องไห้กับพี่จุ๋ม(พี่เลี้ยงพี่แก้มบุ๋ม)ตอนนั้นท้องอยู่ แล้วก็เคยอุ้มลูกหนีออกจากบ้านแม่เขาด้วยเพราะทนไม่ไหว ปัญหาต่างๆ พ่อแม่เขารับรู้ทุกอย่าง”

“ส่วนแม่เขาโทษทุกอย่างยกเว้นลูกตัวเอง แต่เรื่องที่เขาพาผู้หญิงเขาบ้าน แม่เขาเข้าใจเรา แม่บอกว่าเป็นแม่ แม่ก็ไม่โอเค แต่คนที่ไม่เข้าใจคือพ่อ พ่อบอกว่าสิ่งที่ลูกชายเขาทำไม่ผิดนี่ มีกล้องหรือเปล่า ถ้ามีกล้องก็ดูสิว่าได้ทำอะไรกันหรือเปล่า ถ้าไม่ทำก็ไม่ผิด”

“แล้วพ่อก็ถามเรากลับว่าแล้วทำไมเราไม่อยู่บ้านล่ะ เราบอกว่าเพราะลูกพ่อยังนิสัยไม่ดีอ่ะจะให้เราทำยังไง ส่วนพี่บุ๋มไม่ค่อยได้คุยกัน เขาไม่ค่อยยุ่งเท่าไหร่เรื่องแบบนี้ เหมือนเขาไม่ค่อยสุงสิงกับเรื่องที่บ้าน พี่บุ๋มขายของอะไรของเขาไป แต่ว่าเขาโอเคนะคะ”

เรื่องที่เขาพาผู้หญิงเข้าบ้าน จับได้ตอนไหน
“ปกติเขาไม่ค่อยมีเรื่องผู้หญิงหรอก สมัยช่วงที่ยังอยู่บ้านด้วยกันเขาจะชอบไลฟ์ติ๊กต็อกและ PK กับสาวๆ อันนั้นเราไม่ได้ซีเรียส แต่ช่วงที่เกิดเรื่องเหมือนเราเริ่มจะดีกับเขาแล้ว เขาเริ่มปรับปรุงตัวให้เห็น จริงๆ เขาคุยกับผู้หญิงคนอื่นตลอด แต่โป๊ะตรงผู้หญิงคนนี้ดันไปบ้าน แล้วเราจับได้ว่าผู้หญิงคนนี้มาเมื่อช่วงพ.ย.2568 วันนั้นเรากลับไปนอนที่บ้านแม่เราที่พระประแดง ที่มาจับได้เพราะเห็นจากโทรศัพท์เขา”

“วันนั้นเป็นวันเคานต์ดาวน์ เขานอนแล้วเพราะเมา โทรศัพท์เขาเปิดหน้าไอจีเอาไว้ซึ่งหน้าจอไม่ได้ล็อกอะไรเลย เราเลยกดเข้าไปดูใน DM ของไอจี แล้วก็รีบเอาโทรศัพท์ตัวเองถ่ายแชทต่างๆ ไว้ พอมานั่งอ่านปุ๊บก็รู้สึกว่าแปลกๆ ละ ตื่นเช้ามาอีกวันเราก็ทำเป็นไม่รู้อะไร จนตอนเย็นเลยบอกเขาว่าเลิกกันเหอะ เขาก็ถามว่าเลิกทำไม”

“เราถามอีกว่าเธอพาผู้หญิงเข้าบ้านใช่ไหม เขายังไม่ได้ยอมรับแต่ถามกลับว่าพาไปตอนไหน เราก็เลยลงไอจีไปแป๊บนึงก่อนลบ เขารู้ตัวเลยขอโทษ เขาบอกว่าพาไปเพราะเขาเหงา แล้วเขาก็มานั่งคุยกันเรื่องเรา เราก็งงว่าแล้วจะมาคุยเรื่องเราทำไม เขาก็บอกว่าคนนี้เป็นน้อง รู้จักมานานแล้ว แค่ชวนมากินเบียร์เฉยๆ และแยกย้ายกันกลับ แต่เราอ่านแชทแล้วมันไม่ใช่อ่ะ แปลกๆ ไหม”

“ถึงเธอจะไม่มีอะไรกันตามที่เธอบอก แต่เธอพาไปบ้านมันก็ผิดแล้ว อีกอย่างเราเชื่อสัญชาตญาณตัวเอง เขาก็ยืนยันว่าไม่มีอะไร บอกด้วยว่าอีกสิบปีข้างหน้าเราจะเสียใจที่เข้าใจเขาผิด แต่เราบอกว่าโอเคถ้าตัดเรื่องมีหรือไม่มีอะไรออกไป เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องใหญ่สำหรับเราอยู่ดี เพราะเธอพาผู้หญิงเข้าบ้าน ซึ่งเราไม่ได้อนุญาต”

“แล้วบ้านหลังนี้เป็นบ้านที่เราซื้อกู้ร่วมกัน ชื่อเจ้าบ้านคือเรา เขาเป็นผู้อาศัย จริงๆ เราอยากซื้อบ้านอยู่แล้ว แต่เขาอยากอยู่กับเรา เขาเลยต้องมาซื้อกับเรา แต่ยังไงก็ไม่ถูกอยู่ดีเพราะมันเป็นบ้านของเราสองคน คุณพาผู้หญิงคนอื่นเข้ามาอยู่ในบ้านสองต่อสอง มันก็ไม่ใช่แล้ว แล้วรูปลูกเต็มบ้านเลย”

หลังจากที่ออกมาโพสต์ มีฟีดแบ็กอะไรบ้างไหม
“ไม่มีค่ะ ครอบครัวเขาคือเงียบกริบ ส่วนทางเขาเห็นแล้วที่เราโพสต์ เขาคงไม่ได้อะไรมั้ง แต่เราตกลงกับเขาไว้แล้วว่า ถ้าเขาไม่ให้ข้อตกลงเรื่องลูกว่าจะรับผิดชอบยังไงบ้าง ไม่งั้นเราจะลงนะ แล้วสุดท้ายก็เป็นทาง

“เรายอมทุกอย่างเพื่อลูก แต่เขาพูดมาว่าใครเลี้ยงใครก็จ่าย แล้วก็บอกอีกว่าเราไม่ได้ดังขนาดนั้นหรอก ไม่มีใครสนใจหรอก เราก็โอเคจ้ะลงเลย จริงๆ เราตัดสินใจนานมากว่าจะโพสต์ดีไหม”หลังจากนี้อยากให้เรื่องจบยังไง
“อยากให้เขาบอกมาเลยว่าเรื่องลูกเนี่ยจะเอายังไง ที่ผ่านมาเราเป็นคนจ่ายเองทุกอย่าง แต่ก็มีค่าเรียนเนิร์สเซอรีที่ต้องบอกเขา ตอนแรกมันมีเงินกองกลางอยู่ที่มาจากการขายรองเท้าที่เราขายด้วยกัน เราก็ต้องบอกเขาว่าเอามาจ่ายค่าเนิร์สเซอรีนะ ถ้าไม่บอกเขาก็จะไม่ให้”“ค่าบ้านถ้าเราไม่บอกเขาก็จะไม่จ่าย ซึ่งเราเป็นคนที่ต้องจ่ายไปก่อน ค่ากิน ค่านม เขาก็ไม่มีที่จะถาม เอาง่ายๆ คือไม่มีความเป็นผู้นำ ส่วนเรื่องของเรากับเขา ตัดสินใจเด็ดขาดแล้วว่าเลิกแน่นอน”“อย่างที่บอกว่าอยากเลิกมานานแล้ว เคยพูดกับเพื่อนด้วยว่าอยากเลิกทำยังไงดีวะ จนเกิดเรื่องนี้ขึ้นมา เลยรู้สึกว่าพอแล้ว และจะไม่กลับไปแล้ว เพราะกลับไปก็ไม่ได้มีอะไรดีขึ้น แต่เงื่อนไขสำคัญคือเรื่องลูกที่เขาต้องช่วยรับผิดชอบค่ะ”จากนี้คงต้องรอฟังจากฝ่าย บิว วรพนธ์ น้องชาย แก้มบุ๋ม จะออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงเรื่องนี้หรือไม่อย่างไร หรือจะเคลียร์กันภายในบ้านได้จบปัญหาหรือไม่ ต้องรอติดตามกันต่อไป

 

Comments

No comments yet. Why don’t you start the discussion?

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *