สรุป 5 กติกาใหม่ ปี 2569 ของคนไทย "จ่ายเพิ่มหรือได้คืน?" เช็กให้ชัวร์ก่อนเงินรั่วไม่รู้ตัว
สรุป 5 กติกาใหม่ ปี 2569 ของคนไทย "จ่ายเพิ่มหรือได้คืน?" เช็กให้ชัวร์ก่อนเงินรั่วไม่รู้ตัว

สรุปกฎใหม่ 5 ข้อสำหรับคนไทยในปี 2026: “จ่ายเพิ่มหรือขอเงินคืน?” โปรดตรวจสอบอย่างละเอียดก่อนที่เงินของคุณจะรั่วไหลโดยที่คุณไม่รู้ตัว

เรียกว่า เริ่มต้นปี 2569 ด้วยความเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ของระเบียบข้อบังคับทางการเงินและภาษี ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพและพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันของคนไทยแทบทุกกลุ่ม

addisababaonline.com – ข้อมูลจากการรวบรวมของ สภาองค์กรของผู้บริโภค ชี้ให้เห็นว่ามีการปรับเปลี่ยนสำคัญใน 5 มิติหลักที่ผู้บริโภคไม่สามารถมองข้ามได้ เพราะกติกาใหม่เหล่านี้คือ “รายจ่าย” และ “สิทธิประโยชน์” ที่เราต้องเผชิญตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ดังนี้

1. ยุคสมัยของ “ของถูก” จากต่างประเทศจบลง ภาษีนำเข้าเริ่มที่บาทแรก
นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการอีคอมเมิร์ซ เมื่อประเทศไทยยกเลิกการยกเว้นภาษีนำเข้าสำหรับสินค้าราคาต่ำกว่า 1,500 บาท โดยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป กรมศุลกากรจะจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และอากรขาเข้าครอบคลุมสินค้าทุกรายการ ตั้งแต่บาทแรก

ผลกระทบเชิงโครงสร้าง ราคาสินค้านำเข้า โดยเฉพาะจากแพลตฟอร์มต่างประเทศในกลุ่มเสื้อผ้าและเครื่องประดับ อาจมีราคาสูงขึ้นประมาณ 20–30%
สิ่งที่ผู้บริโภคต้องรู้ : แม้ราคาจะสูงขึ้น แต่ระบบใหม่จะคำนวณภาษีเบ็ดเสร็จ ณ จุดขายบนแพลตฟอร์ม เพื่อลดภาระการดำเนินพิธีการศุลกากรด้วยตนเอง อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคควรเปรียบเทียบราคาสินค้าในประเทศและต่างประเทศให้ถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจ เนื่องจากส่วนต่างด้านราคาอาจลดลงจนไม่มีนัยสำคัญอีกต่อไป

2. ปรับเพดานประกันสังคม ม.33 รายจ่ายที่เพิ่มขึ้น แลกกับสวัสดิการที่มั่นคงกว่า ?
การปรับฐานเงินสมทบของสำนักงานประกันสังคมในปี 2569 ไม่ใช่เพียงการเพิ่มรายจ่ายของมนุษย์เงินเดือน แต่เป็นการปรับปรุงสิทธิประโยชน์ให้สอดคล้องกับค่าครองชีพในปัจจุบัน

การเปลี่ยนแปลง : เพดานค่าจ้างจะปรับเพิ่มเป็น 17,500 บาท ส่งผลให้ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ต้องนำส่งเงินสมทบสูงสุดที่ 875 บาทต่อเดือน (จากเดิม 750 บาท)

สิทธิประโยชน์ที่ได้รับอย่างต่อเนื่อง: เมื่อฐานการคำนวณเพิ่มขึ้น ค่าชดเชยในกรณีต่างๆ จะได้รับการปรับปรุง ตัวอย่างเช่น เงินบำนาญชราภาพสูงสุดจะเพิ่มขึ้นเป็น 6,125 บาทต่อเดือน และสวัสดิการคลอดบุตรจะเพิ่มขึ้นเป็น 26,250 บาทต่อกรณี ค่าชดเชยกรณีเจ็บป่วย ว่างงาน และทุพพลภาพก็จะเพิ่มขึ้นเป็นสูงสุด 8,750 บาทต่อเดือน นี่ถือเป็นแนวทางในการสร้าง “เครือข่ายความปลอดภัยทางสังคม” ที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นสำหรับผู้เกษียณอายุ

3. ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ สิทธิในการเลือกที่ผู้บริโภคต้องรักษา
ประเด็นเรื่องการระบุชื่อผู้ขับขี่ในกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์เป็นสิ่งที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ข้อมูลอัปเดตล่าสุด ณ ต้นปี 2569 จากสายด่วน คปภ. 1186 ยืนยันว่า …

หลักการสำคัญ: ผู้บริโภคยังคงมี “ทางเลือก” ในการซื้อกรมธรรม์ประกันภัย ไม่ว่าจะเป็นแบบระบุชื่อ (สำหรับบุคคลสูงสุดห้าคน) หรือแบบไม่ระบุชื่อ

เงื่อนไขที่ควรทราบ: บริษัทประกันภัยที่ต้องการขายกรมธรรม์แบบไม่ระบุชื่อต้องขออนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการประกันภัย (OIC) เป็นรายกรณี ดังนั้น ก่อนลงนามในสัญญาประกันภัย ผู้บริโภคควรตรวจสอบเงื่อนไขความคุ้มครองอย่างละเอียดถี่ถ้วน เพื่อให้แน่ใจว่าสอดคล้องกับพฤติกรรมการขับขี่ของสมาชิกในครอบครัว เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการถูกปฏิเสธการจ่ายเบี้ยประกันในอนาคต

4. ภาษีรถยนต์ใหม่: ภาษี “ด้านสิ่งแวดล้อม” ที่กำหนดราคารถยนต์คันต่อไปของเรา

โครงสร้างภาษีรถยนต์ใหม่สำหรับปี 2026 เปลี่ยนเกณฑ์จากขนาดเครื่องยนต์ (ซีซี) ไปเป็นการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และเทคโนโลยีโดยรวม

รถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE): รถยนต์ขนาดใหญ่ (มากกว่า 3,000 ซีซี) ที่ปล่อยมลพิษสูง จะต้องเสียภาษีในอัตราสูงถึง 50% ซึ่งอาจทำให้ราคารถบางรุ่นเพิ่มขึ้นหลายแสนถึงหลายล้านบาท

รถยนต์พลังงานสะอาด (EV/PHEV): รถยนต์เหล่านี้ได้รับการสนับสนุนจากอัตราภาษีที่ต่ำกว่า (เช่น รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) เสียภาษีเพียง 2%) แต่ควรทราบว่าเงินอุดหนุนบางส่วนกำลังทยอยยกเลิก
จากมุมมองของผู้บริโภค สรุปได้ว่า… การซื้อรถยนต์ในปีนี้ไม่สามารถตัดสินได้จากดีไซน์หรือสมรรถนะเพียงอย่างเดียวอีกต่อไปแล้ว แต่ยังต้องคำนึงถึง “ภาษีแฝง” ในราคาด้วย การลงทุนในเทคโนโลยีที่สะอาดกว่าอาจหมายถึงผลตอบแทนทางการเงินที่มากขึ้นในระยะยาว

5. การบริจาคยุคดิจิทัล e-Donation คือทางเดียวในการลดหย่อน

กรมสรรพากรยกระดับความโปร่งใสโดยกำหนดให้การลดหย่อนภาษีจากการบริจาคต้องทำผ่านระบบ e-Donation เท่านั้น

จุดสิ้นสุดของระบบกระดาษ: ใบอนุโมทนาบัตรในรูปแบบกระดาษจะไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานลดหย่อนภาษีได้อีกต่อไป หากข้อมูลไม่ถูกส่งเข้าระบบออนไลน์ของกรมสรรพากร
คำแนะนำ: ก่อนทำการบริจาคทุกครั้ง ผู้บริโภคควรตรวจสอบว่าหน่วยงานรับบริจาคนั้นรองรับระบบ e-Donation หรือไม่ และควรตรวจสอบข้อมูลผ่านระบบ My Tax Account ของกรมสรรพากรเป็นระยะ เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ทางภาษีของตนเอง

ความเปลี่ยนแปลงในปี 2569 สะท้อนถึงการปรับตัวของภาครัฐสู่ระบบดิจิทัลและการให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม แม้ในระยะแรกผู้บริโภคอาจรู้สึกถึงภาระที่เพิ่มขึ้น แต่หากเราเข้าใจหลักเกณฑ์และวางแผนรับมืออย่างถูกต้อง เราจะสามารถรักษาผลประโยชน์สูงสุดของตนเองไว้ได้ เพราะการรู้เท่าทันสิทธิ คือเครื่องมือทางการเงินที่ดีที่สุดสำหรับผู้บริโภค นั่นเอง

สรุป 5 กติกาใหม่ ปี 2569 ของคนไทย “จ่ายเพิ่มหรือได้คืน?” เช็กให้ชัวร์ก่อนเงินรั่วไม่รู้ตัว

.
เรียกว่า เริ่มต้นปี 2569 ด้วยความเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ของระเบียบข้อบังคับทางการเงินและภาษี ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพและพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันของคนไทยแทบทุกกลุ่ม
.
ข้อมูลจากการรวบรวมของ สภาองค์กรของผู้บริโภค ชี้ให้เห็นว่ามีการปรับเปลี่ยนสำคัญใน 5 มิติหลักที่ผู้บริโภคไม่สามารถมองข้ามได้ เพราะกติกาใหม่เหล่านี้คือ “รายจ่าย” และ “สิทธิประโยชน์” ที่เราต้องเผชิญตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ดังนี้
.
1. ยุคสมัยของ “ของถูก” จากต่างประเทศจบลง ภาษีนำเข้าเริ่มที่บาทแรก
นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการอีคอมเมิร์ซ เมื่อประเทศไทยยกเลิกการยกเว้นภาษีนำเข้าสำหรับสินค้าราคาต่ำกว่า 1,500 บาท โดยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป กรมศุลกากรจะจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และอากรขาเข้าครอบคลุมสินค้าทุกรายการ ตั้งแต่บาทแรก
– ผลกระทบเชิงโครงสร้าง ราคาสินค้านำเข้า โดยเฉพาะจากแพลตฟอร์มต่างประเทศในกลุ่มเสื้อผ้าและเครื่องประดับ อาจมีราคาสูงขึ้นประมาณ 20–30%
– สิ่งที่ผู้บริโภคต้องรู้ : แม้ราคาจะสูงขึ้น แต่ระบบใหม่จะคำนวณภาษีเบ็ดเสร็จ ณ จุดขายบนแพลตฟอร์ม เพื่อลดภาระการดำเนินพิธีการศุลกากรด้วยตนเอง อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคควรเปรียบเทียบราคาสินค้าในประเทศและต่างประเทศให้ถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจ เนื่องจากส่วนต่างด้านราคาอาจลดลงจนไม่มีนัยสำคัญอีกต่อไป
2. ปรับเพดานประกันสังคม ม.33 รายจ่ายที่เพิ่มขึ้น แลกกับสวัสดิการที่มั่นคงกว่า ?
การปรับฐานเงินสมทบของสำนักงานประกันสังคมในปี 2569 ไม่ใช่เพียงการเพิ่มรายจ่ายของมนุษย์เงินเดือน แต่เป็นการปรับปรุงสิทธิประโยชน์ให้สอดคล้องกับค่าครองชีพในปัจจุบัน
– การเปลี่ยนแปลง : เพดานค่าจ้างจะปรับเพิ่มเป็น 17,500 บาท ส่งผลให้ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ต้องนำส่งเงินสมทบสูงสุดที่ 875 บาทต่อเดือน (จากเดิม 750 บาท)
– สิทธิประโยชน์ที่ได้รับคืน : เมื่อฐานคำนวณสูงขึ้น เงินทดแทนกรณีต่างๆ จะปรับเพิ่มตามทันที เช่น เงินบำนาญชราภาพสูงสุดจะขยับขึ้นเป็น 6,125 บาท/เดือน และเงินสงเคราะห์การคลอดบุตรจะขยับเป็น 26,250 บาทต่อครั้ง รวมถึง เงินทดแทนกรณีเจ็บป่วย ว่างงาน และทุพพลภาพ สูงสุด 8,750 บาทต่อเดือนด้วย

ที่มา : สภาองค์กรของผู้บริโภค ,กรมสรรพากร

 

แหล่งที่มา : www.thairath.co.th

 

Comments

No comments yet. Why don’t you start the discussion?

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *